Skip to content
Home » ARTICLES » เกจวัดแรงดันขึ้นไม่ถึงศูนย์เมื่อระบบหยุด : Zero Error เกิดจากอะไร?

เกจวัดแรงดันขึ้นไม่ถึงศูนย์เมื่อระบบหยุด : Zero Error เกิดจากอะไร?

เกจวัดแรงดันขึ้นไม่ถึงศูนย์เมื่อระบบหยุด เป็นอาการที่พบได้ในการใช้งาน Pressure Gauge โดยเฉพาะเกจแบบเข็ม หากระบบไม่มีแรงดันแล้ว แต่เข็มยังค้างอยู่ที่ 0.2 bar, 0.5 bar หรือค่าบวกอื่น ๆ อาการนี้อาจเรียกว่า Zero Error หรือ Zero Point Offset ซึ่งหมายถึงจุดศูนย์ของเครื่องมือวัดเกิดการคลาดเคลื่อน

อาการดังกล่าวไม่ควรมองข้าม เพราะแม้แรงดันจริงจะเป็นศูนย์ แต่หน้าปัดยังแสดงค่าอยู่ ทำให้ผู้ปฏิบัติงานอาจเข้าใจว่าระบบยังมีแรงดัน และเมื่อนำเกจกลับไปใช้งาน อาจทำให้ค่าที่อ่านได้คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

Zero Error คืออะไร?

Zero Error คือความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นเมื่อเครื่องมือวัดไม่ได้รับแรงดัน แต่ตัวชี้หรือสัญญาณเอาต์พุตยังไม่อยู่ที่ตำแหน่งศูนย์ที่ควรเป็น

สำหรับ Pressure Gauge แบบหน้าปัด ตัวอย่างเช่น

  • ระบบหยุดทำงานและระบายแรงดันจนหมด
  • แรงดันจริง = 0 bar
  • แต่เข็มยังชี้ประมาณ 0.3 bar

กรณีนี้ถือว่าเกิด Zero Point Offset และควรตรวจสอบว่าอยู่ในค่าความคลาดเคลื่อนที่ผู้ผลิตกำหนดหรือไม่

5 สาเหตุที่ Pressure Gauge ไม่กลับมาที่ศูนย์

1. เกจเคยได้รับแรงดันเกินพิกัด

หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือ Overpressure หรือการที่เกจได้รับแรงดันสูงเกินช่วงที่ออกแบบไว้

เมื่อส่วนรับแรงดัน เช่น Bourdon Tube ถูกโหลดมากเกินไป อาจเกิดการเสียรูปถาวร ส่งผลให้เมื่อระบายแรงดันออกแล้ว เข็มไม่กลับไปยังตำแหน่งเดิม

WIKA ระบุว่าการรับแรงดันสูงอย่างต่อเนื่องหรือเกินความสามารถของเครื่องมือสามารถทำให้เกิดการเสียรูปของระบบวัดและนำไปสู่ Zero Point Error ได้

ตัวอย่าง

Pressure Gauge ช่วง 0–10 bar แต่ถูกใช้งานในระบบที่มี Pressure Spike สูงกว่าช่วงวัดเป็นระยะ ๆ

ผลที่อาจเกิดขึ้นคือ

แรงดันเกิน → Bourdon Tube รับโหลดมาก → ระบบวัดเสียรูป → เข็มไม่กลับศูนย์

2. เกจได้รับแรงสั่นสะเทือนเป็นเวลานาน

Pressure Gauge ที่ติดตั้งอยู่บนเครื่องจักรหรือระบบที่มีแรงสั่นสะเทือน อาจเกิดการสึกหรอของชิ้นส่วนกลไกภายใน

แรงสั่นสะเทือนสามารถส่งผลต่อกลไกการเคลื่อนที่ของเข็ม และทำให้ตำแหน่งศูนย์เปลี่ยนไปได้ WIKA ระบุว่า Mechanical Vibration เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ Pressure Gauge เกิดความเสียหายและอ่านค่าไม่ถูกต้อง

หากหน้างานมี Vibration สูง อาจพิจารณา Pressure Gauge แบบ Liquid Filled หรือเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับสภาพการติดตั้ง

3. เกิด Hysteresis ของระบบวัด

Hysteresis คือความแตกต่างของค่าที่เครื่องมือแสดงเมื่อแรงดันเพิ่มขึ้นและลดลง แม้แรงดัน ณ จุดนั้นจะเท่ากัน

ในระบบวัดแบบกลไก ส่วนรับแรงดันอาจไม่ได้คืนรูปกลับทันทีหลังจากผ่านการรับแรงดัน ทำให้เมื่อปล่อยแรงดันจนหมด เข็มอาจเหลือค่าคลาดเคลื่อนเล็กน้อย

เอกสารด้านการสอบเทียบของ WIKA อธิบายว่า Hysteresis สามารถเกิดจากการที่ Bourdon Tube ไม่ตอบสนองแบบยืดหยุ่นอย่างสมบูรณ์เมื่อมีการเปลี่ยนรูปจากแรงดัน

ดังนั้น เข็มไม่กลับศูนย์ทุกครั้ง ไม่ควรสรุปทันทีว่าเป็นปัญหาเดียวกันทั้งหมด ต้องตรวจสอบร่วมกับค่าความคลาดเคลื่อนและผลการสอบเทียบ


4. กลไกภายในสึกหรอหรือได้รับความเสียหาย

Pressure Gauge แบบเข็มมีชิ้นส่วนกลไกหลายส่วนที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดการเคลื่อนที่ของ Bourdon Tube ไปยังเข็ม

หากใช้งานเป็นเวลานาน หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแรงสั่นสะเทือน อุณหภูมิสูง หรือมี Pressure Cycling บ่อยครั้ง ชิ้นส่วนภายในอาจเกิดการสึกหรอ

อาการที่พบได้ เช่น

  • เข็มสั่น
  • เข็มเดินไม่สม่ำเสมอ
  • เข็มไม่กลับตำแหน่งเดิม
  • ค่าอ่านมีความคลาดเคลื่อน
  • เข็มค้างหลังจากลดแรงดัน

หากพบหลายอาการพร้อมกัน ควรตรวจสอบโดยช่างหรือส่งสอบเทียบแทนการปรับเข็มเองทันที

5. ต้องตรวจสอบว่าแรงดันถูกระบายออกจริงหรือไม่

ก่อนสรุปว่า Pressure Gauge มี Zero Error ต้องตรวจสอบก่อนว่า แรงดันที่เข้าสู่ Gauge ถูกตัดและระบายออกจนหมดจริงหรือไม่

บางกรณีเกจไม่ได้เสีย แต่ยังมีแรงดันตกค้างอยู่ใน

  • ท่อ
  • วาล์ว
  • Pressure Connection
  • Impulse Line
  • Snubber
  • Diaphragm Seal
  • ระบบที่มีของเหลวค้างอยู่

ดังนั้นขั้นตอนแรกควรแยก Gauge ออกจากสาเหตุที่มาจากระบบก่อน

วิธีตรวจสอบว่าเกจวัดแรงดันมี Zero Error จริงหรือไม่?

สามารถตรวจสอบเบื้องต้นตามลำดับได้ดังนี้

Step 1: หยุดระบบและทำให้แรงดันเป็นศูนย์

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าระบบถูกหยุดและแรงดันถูกระบายออกตามขั้นตอนความปลอดภัยของหน้างาน

Step 2: สังเกตตำแหน่งเข็ม

ดูว่าเข็มอยู่ตรงตำแหน่ง 0 หรือคลาดเคลื่อนไปเท่าใด

Step 3: ตรวจสอบว่ามีแรงดันตกค้างหรือไม่

หากระบบยังมีแรงดันอยู่ แม้เพียงเล็กน้อย การที่เข็มไม่อยู่ที่ 0 อาจเป็นค่าการวัดจริง ไม่ใช่ Zero Error

Step 4: ตรวจสอบสภาพ Gauge

ดูว่ามี

  • หน้าปัดเสียหาย
  • เข็มงอ
  • กระจกแตก
  • ตัวเรือนเสียหาย
  • รอยรั่ว
  • ร่องรอย Overpressure

หรือไม่

Step 5: เปรียบเทียบกับเครื่องมืออ้างอิง

หากต้องการยืนยันความถูกต้อง ควรตรวจสอบเทียบกับอุปกรณ์มาตรฐานหรือส่ง Pressure Gauge Calibration

การสอบเทียบเป็นวิธีที่ช่วยยืนยันว่าเครื่องมือยังอยู่ในค่าความแม่นยำที่กำหนดหรือไม่ โดยการเปรียบเทียบกับมาตรฐานที่มีความแม่นยำเหมาะสม

Zero Error แบบไหนควรส่งสอบเทียบ?

หากพบว่าเข็มไม่กลับมาที่ศูนย์ ควรพิจารณาส่งตรวจสอบหรือสอบเทียบ โดยเฉพาะเมื่อ

  • ค่า Zero Offset เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
  • ค่าอ่านไม่ตรงกับเครื่องมืออ้างอิง
  • เกจเคยได้รับแรงดันเกิน
  • เข็มมีอาการค้างหรือเดินผิดปกติ
  • ระบบต้องการความแม่นยำสูง
  • ใช้ในกระบวนการผลิตที่ต้องควบคุม Pressure อย่างต่อเนื่อง
  • ต้องมีเอกสารรับรองผลการสอบเทียบ

สำหรับงานที่ต้องการ Traceability ตามมาตรฐาน อาจเลือกการสอบเทียบตาม ISO/IEC 17025 ตามข้อกำหนดของหน่วยงานหรือระบบคุณภาพขององค์กร โดย WIKA ระบุว่าการสอบเทียบตาม ISO 17025 มีการพิจารณาค่าความคลาดเคลื่อน Hysteresis และ Repeatability รวมถึงความไม่แน่นอนของการวัด

Zero Error กับ Gauge เสีย ต่างกันอย่างไร?

อาการสิ่งที่อาจเกิดขึ้น
เข็มคลาดจาก 0 เล็กน้อยอาจเป็น Zero Offset
เข็มไม่กลับศูนย์หลังระบายแรงดันควรตรวจสอบ/สอบเทียบ
เข็มสั่นตลอดเวลาอาจเกี่ยวกับ Vibration หรือ Pulsation
เข็มค้างอาจเกิดจากกลไกภายใน
ค่าอ่านคลาดเคลื่อนหลายจุดอาจต้อง Calibration
เกจเคยรับแรงดันเกินมีโอกาสเกิดการเสียรูป
เข็มกลับศูนย์ได้ แต่ค่ากลาง/ปลายสเกลผิดอาจเป็นปัญหา Span/Calibration

ดังนั้น Zero Error ไม่ได้หมายความว่า Pressure Gauge ต้องเปลี่ยนใหม่ทุกกรณี ควรตรวจสอบสาเหตุและผลการสอบเทียบก่อนตัดสินใจ

วิธีลดโอกาสเกิด Zero Error ใน Pressure Gauge

การเลือกและติดตั้งให้เหมาะสมกับหน้างานช่วยลดปัญหาในระยะยาวได้ เช่น

1. เลือกช่วงวัดให้เหมาะกับแรงดันใช้งาน

ไม่ควรเลือก Gauge ที่มีช่วงวัดใกล้กับแรงดันสูงสุดของระบบมากเกินไป หากระบบมี Pressure Spike ควรพิจารณาเผื่อช่วงวัดตามลักษณะการใช้งาน

2. พิจารณาแรงสั่นสะเทือน

หากติดตั้งกับปั๊ม Compressor หรือเครื่องจักรที่มี Vibration ควรเลือก Gauge ที่เหมาะกับสภาพดังกล่าว

3. ตรวจสอบอุณหภูมิ

อุณหภูมิสูงหรือต่ำเกินกว่าข้อกำหนดของ Gauge สามารถส่งผลต่อการวัดได้ และในงานอุณหภูมิสูงควรเลือกอุปกรณ์เสริมที่เหมาะสม เช่น Syphon หรือ Diaphragm Seal ตามลักษณะงาน

4. ป้องกัน Pressure Spike

หากระบบมีแรงดันกระชาก ควรพิจารณาอุปกรณ์ป้องกันหรืออุปกรณ์เสริมที่เหมาะสมกับระบบ

5. วางแผน Calibration

Pressure Gauge ไม่สามารถคงความแม่นยำได้ตลอดไป การตรวจสอบความถูกต้องตามรอบที่เหมาะสมกับการใช้งานช่วยลดความเสี่ยงจากค่าที่คลาดเคลื่อน

สรุป : เกจไม่ลงศูนย์เมื่อระบบหยุด ต้องเปลี่ยนใหม่เลยหรือไม่?

ไม่จำเป็นเสมอไป

อาการ Pressure Gauge ไม่กลับมาที่ศูนย์ อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น Zero Offset, Hysteresis, Overpressure, Vibration, การสึกหรอของกลไก หรือยังมีแรงดันตกค้างในระบบ

วิธีที่เหมาะสมคือ ตรวจสอบแรงดันจริง → ตรวจสอบสภาพ Gauge → เปรียบเทียบกับเครื่องมือมาตรฐาน → Calibration หากจำเป็น

หากผลการตรวจสอบพบว่า Gauge ยังอยู่ในค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ อาจสามารถใช้งานต่อได้ แต่หากค่าคลาดเคลื่อนเกินข้อกำหนดหรือกลไกภายในเสียหาย ควรพิจารณาซ่อมหรือเปลี่ยน Pressure Gauge ใหม่

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q1: ทำไมเกจวัดแรงดันไม่ลง 0 ทั้งที่ระบบหยุดแล้ว?

อาจเกิดจาก Zero Point Offset, Hysteresis, Overpressure, Vibration หรือมีแรงดันตกค้างในระบบ ควรตรวจสอบแรงดันจริงก่อนสรุปว่า Gauge เสีย

Q2: เข็ม Pressure Gauge ค้างที่ 0.5 bar ถือว่าเสียหรือไม่?

ยังสรุปไม่ได้ทันที ต้องตรวจสอบก่อนว่าระบบมีแรงดันตกค้างหรือไม่ และควรเปรียบเทียบกับเครื่องมืออ้างอิงเพื่อประเมินว่าค่าคลาดเคลื่อนเกินข้อกำหนดหรือไม่

Q3: Pressure Gauge Zero Error แก้ได้ไหม?

บางกรณีสามารถปรับตั้งหรือสอบเทียบได้ แต่หากส่วนรับแรงดันหรือกลไกภายในเสียหายจาก Overpressure หรือการสึกหรอ อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / ขอใบเสนอราคา: [เบอร์ติดต่อ : 089-612-8998 / 095-369-5694 / Line : @pinpointt  / www.pinpointinstrument.co.th /https://pressuregaugethai.com // https://lin.ee/yuGLlkN

ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Pinpoint Instrument สินค้า  valve  วาล์วและเครื่องมือวัด

Facebook Fanpage : ขายวาล์ว และเครื่องมือวัด  ขายเกจวัดแรงดันและโฟลมิเตอร์   Pinpoint Instrument

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *