Skip to content
Home » ARTICLES » Pressure Gauge สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและยา (Sanitary Grade) ต่างจากเกจทั่วไปอย่างไร?

Pressure Gauge สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและยา (Sanitary Grade) ต่างจากเกจทั่วไปอย่างไร?

Pressure Gauge สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและยา (Sanitary Grade) ไม่ได้แตกต่างจากเกจวัดแรงดันทั่วไปเพียงเรื่องวัสดุหรือรูปลักษณ์เท่านั้น แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่ Hygienic Design หรือการออกแบบเพื่อสุขอนามัย ซึ่งคำนึงถึงการทำความสะอาด การลดจุดสะสมของผลิตภัณฑ์และจุลินทรีย์ วัสดุที่สัมผัสกับกระบวนการ รวมถึงรูปแบบการเชื่อมต่อกับระบบผลิต

Pressure Gauge แบบ Sanitary Grade คืออะไร?

Sanitary Pressure Gauge หรือ เกจวัดแรงดันแบบสุขอนามัย คือเครื่องมือวัดแรงดันที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานกับกระบวนการผลิตที่มีข้อกำหนดด้านความสะอาดสูง เช่น

  • 🥛 โรงงานผลิตนมและผลิตภัณฑ์จากนม
  • 🧃 โรงงานเครื่องดื่มและอาหาร
  • 💊 โรงงานผลิตยา
  • 🧴 โรงงานเครื่องสำอาง
  • 🧪 กระบวนการผลิตที่ต้องควบคุมการปนเปื้อน
  • 🏭 ระบบ Process ที่ต้องการ Hygienic Design

จุดสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่คำว่า “เกจสแตนเลส” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณา วัสดุ ส่วนสัมผัสกระบวนการ รูปแบบ Connection ผิวสัมผัส รอยต่อ และความสามารถในการทำความสะอาด ด้วย

Sanitary Grade ต่างจาก Pressure Gauge ทั่วไปอย่างไร?

ลองดูความแตกต่างในมุมที่สำคัญต่อการเลือกใช้งาน

หัวข้อSanitary Pressure GaugePressure Gauge ทั่วไป
แนวคิดการออกแบบเน้น Hygienic Designเน้นการวัดแรงดันทั่วไป
วัสดุมักเลือกวัสดุที่เหมาะกับกระบวนการและการทำความสะอาดมีได้หลายวัสดุตามการใช้งาน
พื้นผิวให้ความสำคัญกับพื้นผิวที่เรียบและทำความสะอาดง่ายขึ้นอยู่กับรุ่นและประเภท
จุดอับ/Dead Legออกแบบเพื่อลดจุดสะสมของผลิตภัณฑ์อาจมีจุดอับตามรูปแบบ Connection
Connectionมักใช้ Hygienic Connection เช่น Tri-Clamp ในงานที่เหมาะสมมักพบเกลียวหรือ Connection ทั่วไป
การทำความสะอาดออกแบบให้รองรับแนวทางการทำความสะอาดของกระบวนการไม่ได้ออกแบบมาเพื่อ Hygienic Process โดยเฉพาะ
งานที่เหมาะสมอาหาร เครื่องดื่ม นม ยา เครื่องสำอาง ฯลฯระบบลม น้ำ เครื่องจักร และงานอุตสาหกรรมทั่วไป

ข้อควรจำ: ไม่ใช่ Pressure Gauge สแตนเลสทุกตัวจะถือเป็น Sanitary Grade และการมีวัสดุ 316L เพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์นั้นได้รับการรับรอง 3-A หรือ EHEDG เพราะต้องพิจารณาการออกแบบและการรับรองของ รุ่นนั้น ๆ ด้วย

1. วัสดุที่เลือกใช้ต้องเหมาะกับกระบวนการ

ในงาน Hygienic Process จะให้ความสำคัญกับวัสดุที่มีความเหมาะสมต่อผลิตภัณฑ์และสารทำความสะอาด รวมถึงต้องมีความทนทานและไม่ก่อให้เกิดการปนเปื้อน

สเตนเลสในกลุ่ม AISI 300 Series เป็นหนึ่งในกลุ่มวัสดุที่ถูกอ้างถึงในหลักเกณฑ์ของ 3-A สำหรับงานสุขอนามัย โดยวัสดุต้องเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและการใช้งานที่กำหนด

สำหรับงานที่ต้องการความทนทานต่อการกัดกร่อนสูง อาจพบการเลือกใช้ Stainless Steel 316L โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ ทั้งนี้ต้องตรวจสอบสเปกของผู้ผลิตเป็นรายรุ่น

2. ลดจุดสะสมของผลิตภัณฑ์และสิ่งปนเปื้อน

นี่คือหนึ่งในจุดแตกต่างที่สำคัญของอุปกรณ์แบบ Sanitary

อุปกรณ์สำหรับ Hygienic Process ควรหลีกเลี่ยง Crevice, Dead Leg และพื้นที่ที่ทำความสะอาดได้ยาก เพราะพื้นที่เหล่านี้สามารถกลายเป็นจุดสะสมของผลิตภัณฑ์ น้ำ หรือสิ่งปนเปื้อนได้

หลักการของ 3-A ให้ความสำคัญกับพื้นผิวที่เรียบ รอยต่อที่สามารถทำความสะอาดได้ การระบายน้ำ/ของเหลว และการเข้าถึงเพื่อทำความสะอาดและตรวจสอบ

ดังนั้นการเลือก Sanitary Pressure Gauge จึงต้องดู รูปแบบของส่วนสัมผัสกระบวนการและ Connection ไม่ใช่ดูแค่หน้าปัดของเกจ

3. Connection มีความสำคัญกว่าที่คิด

Pressure Gauge ทั่วไปอาจใช้ Thread Connection เช่น BSP หรือ NPT ซึ่งเหมาะกับระบบอุตสาหกรรมทั่วไปจำนวนมาก

แต่ในระบบ Hygienic Process อาจเลือกใช้ Connection ที่ออกแบบมาเพื่อสุขอนามัย เช่น Tri-Clamp หรือรูปแบบ Hygienic Connection อื่น ๆ ตามมาตรฐานและข้อกำหนดของระบบ

ข้อดีคือช่วยให้การถอดประกอบ ตรวจสอบ และทำความสะอาดทำได้สะดวกขึ้น

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเลือก Connection จากชื่อเรียกเพียงอย่างเดียว ควรตรวจสอบมาตรฐาน ขนาด วัสดุ และข้อกำหนดของกระบวนการผลิตให้ตรงกัน

4. ต้องคำนึงถึงการทำความสะอาด CIP / SIP

ในโรงงานอาหารและยาหลายแห่งมีระบบทำความสะอาดกระบวนการ เช่น

CIP — Cleaning in Place
การทำความสะอาดระบบโดยไม่จำเป็นต้องถอดอุปกรณ์ออกทั้งหมด

SIP — Sterilization in Place
การทำให้ระบบอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมสำหรับกระบวนการฆ่าเชื้อ/ทำให้ปราศจากเชื้อตามข้อกำหนดของกระบวนการ

ดังนั้นอุปกรณ์ที่จะนำไปใช้กับ CIP หรือ SIP ต้องตรวจสอบว่า รุ่นนั้นได้รับการออกแบบและมีพิกัดรองรับสภาวะดังกล่าวจริงหรือไม่ ไม่ควรสรุปจากคำว่า “Sanitary” เพียงอย่างเดียว

5. แล้ว 3-A, EHEDG และ FDA ต่างกันอย่างไร?

คำเหล่านี้มักถูกพูดถึงพร้อมกัน แต่จริง ๆ แล้วมีความหมายแตกต่างกัน

3-A Sanitary Standards

เป็นมาตรฐานและแนวทางด้านสุขอนามัยสำหรับอุปกรณ์และระบบที่เกี่ยวข้องกับอาหารและผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความสะอาดสูง โดยมีหลักเกณฑ์ด้านวัสดุ การออกแบบ การผลิต และ Cleanability

สำคัญ: การมีคำว่า Sanitary ไม่ได้แปลว่าอุปกรณ์ได้รับอนุญาตให้ใช้ 3-A Symbol โดยอัตโนมัติ เพราะการใช้สัญลักษณ์ 3-A มีระบบการตรวจสอบและการอนุญาตแยกต่างหาก

EHEDG

European Hygienic Engineering & Design Group มุ่งเน้นหลักการออกแบบเครื่องจักรและอุปกรณ์ให้ถูกสุขอนามัย โดยพิจารณาการออกแบบ การผลิต การติดตั้ง และการทำความสะอาด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน

FDA

FDA เป็นหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ และข้อกำหนดของ FDA อาจเกี่ยวข้องกับวัสดุหรือส่วนประกอบที่สัมผัสอาหาร/ผลิตภัณฑ์ตามประเภทการใช้งาน ดังนั้นไม่ควรใช้คำว่า “FDA Approved” กับ Pressure Gauge ทั้งตัวโดยอัตโนมัติ เพียงเพราะวัสดุบางส่วนมีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับข้อกำหนด

สรุป ทำไมไม่ควรใช้เกจทั่วไปแทน Sanitary Gauge?

Pressure Gauge ทั่วไป อาจตอบโจทย์การวัดแรงดันในระบบอุตสาหกรรมทั่วไป แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตอาหาร ยา หรืองานที่ต้องการความสะอาดสูง สิ่งที่ต้องพิจารณาจะมากกว่าการ “วัดแรงดันได้”

Sanitary Pressure Gauge ให้ความสำคัญกับ

  • Hygienic Design
  • วัสดุที่เหมาะสม
  • พื้นผิวและรอยต่อที่ทำความสะอาดง่าย
  • ลดจุดสะสมของผลิตภัณฑ์
  • Connection ที่เหมาะกับกระบวนการ
  • การรองรับ Cleaning/Sanitation ตามข้อกำหนด
  • มาตรฐานหรือใบรับรองที่โครงการกำหนด

เพราะในอุตสาหกรรมอาหารและยา “วัดได้” อาจยังไม่เพียงพอ แต่ต้อง “วัดได้และเหมาะกับกระบวนการ” ด้วย

FAQ: คำถามที่พบบ่อย

Q1: Sanitary Pressure Gauge คืออะไร?

คือเกจวัดแรงดันที่ออกแบบโดยคำนึงถึงหลักสุขอนามัยและการทำความสะอาด เหมาะกับกระบวนการอาหาร เครื่องดื่ม ยา เครื่องสำอาง และงานที่ต้องควบคุมการปนเปื้อน

Q2: Pressure Gauge สแตนเลสทั่วไปใช้กับโรงงานอาหารได้หรือไม่?

ไม่สามารถตัดสินจากวัสดุเพียงอย่างเดียว ต้องพิจารณา Hygienic Design, ส่วนที่สัมผัสกระบวนการ, Connection, Seal, การทำความสะอาด และมาตรฐานที่โรงงานกำหนด

Q3: Sanitary Gauge ต้องเป็น 316L ทุกตัวหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องเหมารวมว่าทุกตัวต้องเป็น 316L แต่ต้องเลือกวัสดุให้เหมาะกับ Process Media และข้อกำหนดของระบบ โดยควรตรวจสอบ Material Specification ของผู้ผลิต

Q4: Tri-Clamp มีข้อดีอย่างไร?

เป็นรูปแบบ Connection ที่พบได้ในงาน Hygienic Process และสามารถช่วยให้การถอดประกอบและทำความสะอาดสะดวก แต่ต้องเลือกขนาดและมาตรฐานให้ตรงกับระบบ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / ขอใบเสนอราคา: [เบอร์ติดต่อ : 089-612-8998 / 095-369-5694 / Line : @pinpointt  / www.pinpointinstrument.co.th /https://pressuregaugethai.com // https://lin.ee/yuGLlkN

ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Pinpoint Instrument สินค้า  valve  วาล์วและเครื่องมือวัด

Facebook Fanpage : ขายวาล์ว และเครื่องมือวัด  ขายเกจวัดแรงดันและโฟลมิเตอร์   Pinpoint Instrument

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *