Skip to content
Home » ARTICLES » Pressure Gauge เลือก Range เท่าไรถึงไม่พังเร็ว? ดูจากแรงดันใช้งานจริง ไม่ใช่แค่แรงดันสูงสุด

Pressure Gauge เลือก Range เท่าไรถึงไม่พังเร็ว? ดูจากแรงดันใช้งานจริง ไม่ใช่แค่แรงดันสูงสุด

หลายคนเวลาเลือก Pressure Gauge หรือเกจวัดแรงดัน มักเริ่มจากคำถามว่า

แล้วเลือก Gauge ที่มี Range สูงกว่าค่านั้นทันที เช่น ระบบทำงานประมาณ 10 Bar แต่เลือกเกจ 0–100 Bar เพราะคิดว่า “ยิ่ง Range สูงยิ่งปลอดภัย”

แต่ในความเป็นจริง Range ที่สูงเกินไปก็ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับระบบเสมอไป

การเลือก Pressure Gauge ควรพิจารณาจาก แรงดันใช้งานจริง (Operating Pressure) ร่วมกับแรงดันสูงสุดหรือแรงดันผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงลักษณะการทำงานของระบบ เช่น มีแรงดันกระชากหรือแรงดันขึ้นลงเป็นจังหวะหรือไม่

Operating Pressure กับ Maximum Pressure ต่างกันอย่างไร?

ก่อนเลือก Range ต้องแยก 2 ค่านี้ออกจากกันก่อน

1. Operating Pressure

คือ แรงดันที่ระบบทำงานอยู่เป็นประจำ

ตัวอย่างเช่น

  • ระบบทำงานที่ประมาณ 8 Bar
  • ระบบทำงานที่ประมาณ 10 Bar
  • ระบบทำงานที่ประมาณ 15 Bar

ค่านี้เป็นข้อมูลสำคัญมากในการเลือก Range ของ Pressure Gauge

2. Maximum / Design Pressure

คือแรงดันสูงสุดที่ระบบหรือเครื่องมืออาจต้องพบในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นแรงดันที่เกิดขึ้นตลอดเวลา โดยการเลือก Gauge ต้องตรวจสอบความสามารถในการรับแรงดันของตัว Gauge และสภาวะผิดปกติของระบบร่วมด้วย

ดังนั้น การเลือก Pressure Gauge ไม่ควรดูเฉพาะตัวเลข Maximum Pressure แล้วเลือก Range ให้สูงที่สุด

หลัก 25–75% ช่วยเลือก Pressure Gauge อย่างไร?

แนวทางหนึ่งที่ใช้ในการเลือก Pressure Gauge คือให้แรงดันใช้งานปกติอยู่ในช่วงประมาณ 25–75% ของ Full Scale

ตัวอย่างเช่น

แรงดันใช้งานโดยประมาณRange ที่พิจารณาได้
2 Bar0–4 Bar
5 Bar0–10 Bar
8 Bar0–16 Bar
10 Bar0–20 Bar
15 Bar0–30 Bar
20 Bar0–40 Bar

ตารางนี้เป็น ตัวอย่างหลักการเลือกเบื้องต้น ไม่ใช่การกำหนด Range สำหรับทุกหน้างาน เพราะยังต้องตรวจสอบแรงดันสูงสุด อุณหภูมิ ชนิดของของไหล Pulsation และข้อกำหนดของผู้ผลิตก่อนเลือกจริง

แล้วถ้าเลือก Range สูงเกินไปล่ะ?

หลายคนอาจคิดว่า

“ถ้า Range สูงไว้ก่อน ก็ไม่น่ามีปัญหา”

แต่ก็มีข้อเสียเช่นกัน

ถ้าแรงดันใช้งานจริงอยู่ที่ 5 Bar แต่เลือก Gauge 0–100 Bar

เข็มจะอยู่บริเวณช่วงต้นของสเกลมาก ทำให้อ่านค่าได้ยากขึ้น และ Resolution ที่ใช้ดูความแตกต่างของแรงดันอาจไม่เหมาะกับงาน

ดังนั้นเป้าหมายไม่ใช่

“Range ต้องสูงที่สุด”

แต่ควรเป็น

“Range ต้องเหมาะกับแรงดันใช้งานจริง”

Ashcroft ระบุเช่นกันว่า Range ที่สูงเกินไปอาจทำให้ Resolution ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน

ถ้าระบบมีแรงดันกระชาก ต้องเลือกอย่างไร?

จุดนี้สำคัญมากสำหรับงานที่มี

  • Pump
  • Compressor
  • Hydraulic System
  • Pressure Cycling
  • Pulsating Pressure
  • การเปิด–ปิดวาล์วอย่างรวดเร็ว

หากแรงดันไม่ได้คงที่ แต่มีการสั่นหรือกระเพื่อม การเลือก Gauge จากค่า Operating Pressure เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ

แนวทาง ASME B40.100 ที่ Ashcroft อ้างอิงระบุว่า หากมี Pulsation ค่า Maximum Operating Gauge Pressure ไม่ควรเกินประมาณ 50% ของ Full Scale

นอกจากนี้อาจพิจารณาอุปกรณ์ช่วยลดผลกระทบจาก Pulsation เช่น

  • Pressure Snubber
  • Throttle Screw / Restrictor
  • Pulsation Dampener
  • Liquid-Filled Pressure Gauge

ทั้งนี้ต้องเลือกตามลักษณะของระบบจริง

วิธีเลือก Pressure Gauge Range แบบง่าย ๆ

ก่อนสั่งซื้อหรือเปลี่ยน เกจวัดแรงดัน ลองเช็กข้อมูลตามลำดับนี้

STEP 1 — ดูแรงดันใช้งานจริง

ถามหน้างานว่า

ระบบทำงานอยู่ประมาณกี่ Bar?

ไม่ใช่ดูเฉพาะค่าที่ระบุว่า Maximum Pressure

STEP 2 — ดูแรงดันสูงสุดและ Pressure Spike

ตรวจสอบว่าในระบบมี

Pressure Surge / Pressure Spike / Pulsation

หรือไม่

ถ้ามี ควรเผื่อ Range และเลือกวิธีป้องกันให้เหมาะสม

STEP 3 — ให้ Operating Pressure อยู่ในช่วงเหมาะสมของสเกล

หลักทั่วไปคือประมาณ

25–75% ของ Full Scale

และการใช้งานทั่วไปมักพิจารณา Full Scale ประมาณ 2 เท่าของ Operating Pressure

STEP 4 — เช็กชนิดของของไหล

ไม่ได้มีแค่แรงดันที่ต้องดู

ต้องพิจารณาด้วยว่า Gauge ใช้กับ

  • น้ำ
  • อากาศ
  • น้ำมัน
  • Steam
  • Chemical หรือของไหลชนิดอื่น

เพราะวัสดุของ Measuring Element และชิ้นส่วนที่สัมผัสกับ Process Media ต้องเข้ากันได้กับของไหลนั้น ๆ

STEP 5 — เช็กอุณหภูมิและสภาพแวดล้อม

อุณหภูมิสูง การสั่นสะเทือน การกัดกร่อน และสภาพแวดล้อมของหน้างาน สามารถมีผลต่อการเลือก Pressure Gauge ได้

ดังนั้นการเลือก Gauge ที่ดีจึงไม่ใช่แค่

“กี่ Bar?”

แต่ต้องดูทั้ง

Pressure + Temperature + Media + Environment + Pulsation + Connection

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Pressure Gauge Range

Q1: Pressure Gauge ควรเลือก Range เท่าไร?

โดยทั่วไปควรเลือกให้แรงดันใช้งานปกติอยู่ประมาณ 25–75% ของ Full Scale และมักเริ่มพิจารณา Full Scale ประมาณ 2 เท่าของแรงดันใช้งาน อย่างไรก็ตามต้องตรวจสอบ Pressure Spike, Pulsation และข้อกำหนดของผู้ผลิตด้วย

Q2: ระบบแรงดัน 10 Bar ใช้ Pressure Gauge 0–10 Bar ได้ไหม?

อาจใช้ได้ในบางเงื่อนไข แต่หากระบบทำงานที่ 10 Bar เป็นประจำ เข็มจะอยู่ใกล้เต็มสเกล จึงควรพิจารณา Range ที่เหมาะสมกว่า เช่น 0–20 Bar ตามหลักการทั่วไป และตรวจสอบ Maximum Pressure ของระบบร่วมด้วย

Q3: ทำไมไม่เลือก Pressure Gauge Range สูง ๆ ไปเลย?

เพราะ Range ที่สูงเกินไปอาจทำให้เข็มอยู่ในช่วงต้นของสเกลและอ่านค่าความแตกต่างได้ไม่ละเอียดเพียงพอ

Q4: ถ้าระบบมีแรงดันขึ้นลงตลอดควรทำอย่างไร?

ควรพิจารณาลักษณะของ Pulsation และ Pressure Spike เพิ่มเติม อาจต้องใช้ Gauge ที่เหมาะกับงาน Pulsating Service รวมถึงอุปกรณ์ช่วยลดผลกระทบ เช่น Snubber หรือ Throttle Device ตามความเหมาะสมของระบบ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / ขอใบเสนอราคา: [เบอร์ติดต่อ : 089-612-8998 / 095-369-5694 / Line : @pinpointt  / www.pinpointinstrument.co.th /https://pressuregaugethai.com // https://lin.ee/yuGLlkN

ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Pinpoint Instrument สินค้า  valve  วาล์วและเครื่องมือวัด

Facebook Fanpage : ขายวาล์ว และเครื่องมือวัด  ขายเกจวัดแรงดันและโฟลมิเตอร์   Pinpoint Instrument

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *