Skip to content
Home » ARTICLES » แรงดันปกติ 4 bar แต่ควรเลือกเกจ 6 หรือ 10 bar? วิธีคิดก่อนสั่งซื้อ

แรงดันปกติ 4 bar แต่ควรเลือกเกจ 6 หรือ 10 bar? วิธีคิดก่อนสั่งซื้อ

ในทางเทคนิค การเลือกช่วงวัดไม่ได้ดูเพียงว่า แรงดันใช้งานเท่ากับกี่ bar เพราะต้องพิจารณาทั้งแรงดันปกติ แรงดันสูงสุด แรงดันกระชาก และลักษณะการทำงานของระบบร่วมกัน

ตัวอย่างที่พบได้บ่อยคือ ระบบมีแรงดันใช้งานปกติ 4 bar แต่กำลังลังเลว่าจะเลือก Pressure Gauge 0–6 bar หรือ 0–10 bar

แล้วแบบไหนเหมาะกว่า?

คำตอบคือ ต้องดูสภาวะการทำงานของระบบก่อน เพราะทั้ง 6 bar และ 10 bar มีข้อแตกต่างด้านตำแหน่งเข็ม ความละเอียดในการอ่าน และเผื่อแรงดันสูงสุด

Pressure Gauge 0–6 bar กับ 0–10 bar ต่างกันอย่างไร?

สมมติระบบทำงานที่ 4 bar

Pressure Gauge 0–6 bar

แรงดันใช้งาน = 4 bar

คำนวณตำแหน่งแรงดันบนหน้าปัด:

4 ÷ 6 × 100 = 66.7%

ดังนั้นเข็มจะอยู่ประมาณ 66.7% ของ Full Scale

อยู่ในช่วง 25–75% ที่เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับแรงดันใช้งานปกติ แต่ค่อนข้างเข้าใกล้ด้านบนของหน้าปัด

Pressure Gauge 0–10 bar

แรงดันใช้งาน = 4 bar

4 ÷ 10 × 100 = 40%

เข็มจะอยู่ประมาณ 40% ของ Full Scale

ตำแหน่งนี้อยู่ค่อนข้างใกล้บริเวณกึ่งกลางหน้าปัด

แนวทางการเลือกช่วงวัดของ Ashcroft ระบุว่าแรงดันใช้งานควรอยู่ประมาณ 25–75% ของ Full Scale และแนะนำให้ช่วงวัดอยู่ประมาณสองเท่าของแรงดันใช้งาน เพื่อให้ค่าปกติอยู่บริเวณกลางหน้าปัด

แล้ว 4 bar ควรเลือก 6 bar หรือ 10 bar?

ถ้าระบบมีแรงดันปกติ 4 bar และไม่มี Pulsation หรือ Pressure Spike ที่สำคัญ ทั้ง 0–6 bar และ 0–10 barอาจอยู่ในช่วงที่ใช้งานได้ตามหลัก 25–75%

แต่มีจุดที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม

หัวข้อGauge 0–6 barGauge 0–10 bar
แรงดันใช้งาน4 bar4 bar
ตำแหน่งเข็ม66.7%40%
อ่านการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆละเอียดกว่าในเชิงสเกลอาจอ่านการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ได้น้อยกว่า
เผื่อแรงดันสูงขึ้นน้อยกว่ามากกว่า
เหมาะกับระบบที่มี Pressure Spikeต้องตรวจสอบเป็นพิเศษมีช่วงวัดเผื่อมากกว่า
ตำแหน่งเข็มที่แรงดันปกติค่อนข้างสูงใกล้กลางหน้าปัด

ดังนั้นไม่ควรตัดสินจากคำว่า “4 bar ต้องใช้ 6 bar” หรือ “ต้องใช้ 10 bar” แบบตายตัว

ต้องดู Maximum Operating Pressure และ Pressure Spike ของระบบด้วย

หลัก 25–75% สำคัญอย่างไร?

แนวทาง ASME B40.100 ที่ Ashcroft นำมาใช้ในการเลือก Pressure Gauge ระบุว่าแรงดันใช้งานควรอยู่ประมาณ 25–75% ของ Full Scale และโดยหลักปฏิบัติช่วงวัดอาจเลือกประมาณ 2 เท่าของแรงดันใช้งาน

ตัวอย่างง่าย ๆ

ระบบ 2 bar

อาจพิจารณา Gauge 0–4 bar

ระบบ 4 bar

อาจพิจารณา Gauge 0–8 bar หากมี Range ดังกล่าวให้เลือก

ระบบ 5 bar

อาจพิจารณา Gauge 0–10 bar

อย่างไรก็ตาม Pressure Gauge ไม่ได้มีทุก Range ตามตัวเลขที่คำนวณได้พอดี ดังนั้นต้องเลือก Range มาตรฐานที่เหมาะกับสินค้าและสภาพหน้างานจริง

แล้วทำไมไม่เลือก Range ต่ำที่สุดเท่าที่จะพอดี?

ในทางกลับกัน หากระบบใช้งานที่ 4 bar แล้วเลือก Gauge 0–4 bar โดยตรง ก็อาจไม่เหมาะหากระบบมีโอกาสเกิดแรงดันเกินหรือมี Pressure Spike

เพราะเมื่อแรงดันทำงานอยู่ใกล้ Full Scale ตลอดเวลา Measuring Element จะรับภาระสูงกว่า และหากเกิดแรงดันกระชากก็มีโอกาสเข้าใกล้หรือเกินช่วงวัดได้

เอกสารทางเทคนิคของ Ashcroft ระบุว่าการเลือก Range ที่ต่ำเกินไปอาจลดอายุการใช้งานจากความเครียดของ Elastic Element และเพิ่มความไวต่อ Pressure Transients ได้

ตัวอย่างการเลือกจากสถานการณ์จริง

กรณีที่ 1: ระบบนิ่ง

Normal Pressure = 4 bar

ไม่มี Pulsation

ไม่มี Pressure Spike ที่สำคัญ

ไม่มีการขึ้นลงของแรงดันมาก

ในกรณีนี้ 0–6 bar หรือ 0–10 barอาจใช้ได้ โดยต้องดู Range ที่ผู้ผลิตมีให้ และความละเอียดในการอ่านค่าที่ต้องการ

กรณีที่ 2: ระบบทำงาน 4 bar แต่มี Pulsation

กรณีนี้ไม่ควรดูแค่ 4 bar แล้วเลือก 0–6 bar ทันที

หากต้องการให้แรงดันใช้งานสูงสุดอยู่ไม่เกินประมาณ 50% ของ Full Scale ตามแนวทางที่ Ashcroft อ้างอิงจาก ASME B40.100 การเลือก 0–6 bar จะให้ 4 bar อยู่ที่ประมาณ 66.7% ซึ่งไม่สอดคล้องกับแนวทาง 50% สำหรับงาน Pulsating Service

จึงควรพิจารณา Range ที่สูงขึ้น เช่น 0–10 bar หรือ Range ที่เหมาะสมตามมาตรฐานและสเปกของผู้ผลิต พร้อมพิจารณา Snubber/Pulsation Dampener ตามลักษณะงาน

ไม่ได้ดูแค่ Bar ต้องดู “สภาพการใช้งาน” ด้วย

การเลือก Pressure Gauge ที่ถูกต้องควรพิจารณามากกว่า Range

1. Pressure Range

เช่น

  • 0–4 bar
  • 0–6 bar
  • 0–10 bar
  • 0–16 bar
  • 0–25 bar

2. Accuracy

ต้องดูว่าต้องการความแม่นยำระดับใด

งานทั่วไปกับงานที่ต้องการความแม่นยำสูงอาจมีข้อกำหนดต่างกัน

3. Dial Size

เช่น

  • 1.5″
  • 2″
  • 2.5″
  • 4″

หากต้องการอ่านค่าจากระยะไกล อาจต้องพิจารณาหน้าปัดที่ใหญ่ขึ้น

4. Connection

เช่น

Bottom Connection

หรือ

Back Connection

และต้องตรวจสอบขนาดเกลียว เช่น 1/4″, 3/8″, 1/2″ รวมถึงมาตรฐานเกลียวให้ตรงกับระบบ

5. Material

ต้องเลือกวัสดุให้เข้ากับ Media

เช่น

  • Brass
  • SS304
  • SS316

หากเป็นสารเคมีหรือ Media ที่มีคุณสมบัติเฉพาะ อาจต้องพิจารณา Diaphragm Seal หรือวัสดุของ Wetted Parts เพิ่มเติม

6. Dry หรือ Liquid Filled

หากจุดติดตั้งมี Vibration หรือ Pulsation การใช้ Liquid Filled Gauge อาจช่วยลดผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของเข็มและกลไกได้ ทั้งนี้ต้องเลือกชนิดของ Fill Fluid ให้เหมาะกับสภาพงาน

สรุป : 4 bar เลือกเกจ 6 หรือ 10 bar?

ถ้าระบบทำงานปกติที่ 4 bar

  • 0–6 bar → เข็มอยู่ประมาณ 66.7% ของหน้าปัด
  • 0–10 bar → เข็มอยู่ประมาณ 40% ของหน้าปัด

ทั้งสอง Range อยู่ในช่วง 25–75% ที่ใช้เป็นแนวทางทั่วไปได้ แต่ ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองตัวเหมาะกับทุกระบบ

หากระบบค่อนข้างนิ่งและต้องการอ่านค่าในช่วง 4 bar อย่างละเอียด 0–6 barอาจเป็นตัวเลือกที่พิจารณาได้

แต่หากระบบมี Pulsation, Pressure Spike หรือมีโอกาสเกิดแรงดันสูงกว่า 4 bar ควรพิจารณา Range ที่มี Margin มากขึ้น เช่น 0–10 bar รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสมกับระบบ

หลักสำคัญคือ อย่าเลือกจาก Normal Pressure เพียงตัวเลขเดียว

ก่อนสั่งซื้อควรแจ้ง Supplier ให้ครบว่า:

Pressure ปกติเท่าไร + Maximum Pressure เท่าไร + มี Pulsation หรือไม่ + Media คืออะไร + Connection อะไร + ต้องการ Dial Size เท่าไร

ข้อมูลครบตั้งแต่ต้น จะช่วยให้เลือก Pressure Gauge ได้ตรงกับงานมากขึ้น

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือก Pressure Gauge

Q1: แรงดัน 4 bar ควรใช้ Pressure Gauge กี่ bar?

ต้องดูสภาพระบบร่วมด้วย โดยทั่วไปควรเลือก Range ที่ทำให้ Operating Pressure อยู่ในช่วงประมาณ 25–75% ของ Full Scale ตามแนวทางที่อ้างอิง ASME B40.100

Q2: 4 bar ใช้เกจ 0–6 bar ได้ไหม?

สามารถอยู่ในช่วงใช้งานที่เหมาะสมได้ โดย 4 bar คิดเป็นประมาณ 66.7% ของ Full Scale แต่ต้องตรวจสอบ Maximum Pressure และ Pressure Spike ของระบบด้วย

Q3: 4 bar ใช้เกจ 0–10 bar ได้ไหม?

ได้ในหลายกรณี โดย 4 bar คิดเป็น 40% ของ Full Scale แต่ต้องพิจารณาความละเอียดในการอ่านค่าและข้อกำหนดของกระบวนการร่วมด้วย

Q4: ทำไมไม่เลือก Pressure Gauge Range เท่ากับแรงดันใช้งาน?

เพราะหากแรงดันทำงานอยู่ใกล้ Full Scale ตลอดเวลา จะมี Margin สำหรับแรงดันกระชากน้อยลง และอาจเพิ่มความเครียดต่อ Measuring Element

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / ขอใบเสนอราคา: [เบอร์ติดต่อ : 089-612-8998 / 095-369-5694 / Line : @pinpointt  / www.pinpointinstrument.co.th /https://pressuregaugethai.com // https://lin.ee/yuGLlkN

ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Pinpoint Instrument สินค้า  valve  วาล์วและเครื่องมือวัด

Facebook Fanpage : ขายวาล์ว และเครื่องมือวัด  ขายเกจวัดแรงดันและโฟลมิเตอร์   Pinpoint Instrument

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *