
Pressure Gauge เป็นเครื่องมือวัดแรงดันที่พบได้ในโรงงาน ระบบท่อ เครื่องจักร ระบบลม ระบบน้ำ ระบบไฮดรอลิก และกระบวนการผลิตหลากหลายประเภท
แต่ Pressure Gauge ไม่ได้วัดแรงดันด้วยวิธีเดียวทั้งหมด เพราะ จุดอ้างอิงของแรงดัน สามารถแตกต่างกันได้ โดยประเภทสำคัญที่ควรรู้จักคือ
- Absolute Pressure — วัดเทียบกับสุญญากาศสมบูรณ์
- Gauge Pressure — วัดเทียบกับความดันบรรยากาศ
- Differential Pressure — วัดความแตกต่างระหว่างแรงดัน 2 จุด
WIKA อธิบายว่าความแตกต่างพื้นฐานของแรงดันทั้ง 3 รูปแบบอยู่ที่ Reference Pressure หรือจุดอ้างอิงที่ใช้ในการวัด
ดังนั้น ก่อนเลือกเกจ สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงถามว่า “ต้องการวัดกี่ Bar?” แต่ควรถามด้วยว่า “ต้องการวัดแรงดันเทียบกับอะไร?”
1. Absolute Pressure Gauge คืออะไร?
Absolute Pressure Gauge หรือเกจวัดความดันสัมบูรณ์ เป็นเครื่องมือที่วัดแรงดันโดยอ้างอิงจาก Absolute Vacuum หรือสุญญากาศสมบูรณ์
จุดอ้างอิงนี้ถือเป็นศูนย์ของระบบ Absolute Pressure จึงไม่ขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงของความดันบรรยากาศภายนอกโดยตรง
สูตรพื้นฐานคือ
P absolute = P gauge + P atmospheric
ตัวอย่างโดยประมาณที่ระดับน้ำทะเล หากระบบมี Gauge Pressure 1 bar และความดันบรรยากาศประมาณ 1 bar
Absolute Pressure ≈ 2 bar
ดังนั้น ค่า Absolute กับ Gauge ของแรงดันเดียวกันจึงไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเลขเดียวกัน
Absolute Pressure เหมาะกับงานอะไร?
มักใช้เมื่อความดันบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศหรือระดับความสูงมีผลต่อการวัด เช่น
- ระบบสุญญากาศ
- Vacuum Pump
- งานห้องปฏิบัติการ
- งานที่เกี่ยวข้องกับ Vapor Pressure
- กระบวนการกลั่น
- งาน HVAC บางประเภท
- งานอุตสาหกรรมที่ต้องการค่าความดันอ้างอิงคงที่
WIKA ระบุว่า Absolute Pressure เหมาะกับงานที่ต้องการค่าที่ไม่เปลี่ยนตามสภาพความดันบรรยากาศ เช่น งานสุญญากาศและการใช้งานเฉพาะทางบางประเภท
2. Gauge Pressure คืออะไร?
Gauge Pressure หรือ Relative Pressure คือการวัดแรงดันโดยใช้ ความดันบรรยากาศ ณ สภาวะแวดล้อมนั้นเป็นจุดอ้างอิง
นี่คือรูปแบบการวัดแรงดันที่พบได้ทั่วไปในงานอุตสาหกรรม
ตัวอย่างเช่น หาก Pressure Gauge แสดงค่า
5 bar
โดยทั่วไปหมายถึงแรงดันของระบบสูงกว่าความดันบรรยากาศประมาณ 5 bar ไม่ใช่ 5 bar เมื่อเทียบกับสุญญากาศ
จุดเด่นของ Gauge Pressure
เหมาะกับงานทั่วไป เช่น
- ระบบลมอัด
- ระบบน้ำ
- ปั๊ม
- ระบบไฮดรอลิก
- เครื่องจักร
- ระบบท่อ
- ถังแรงดัน
- กระบวนการผลิตทั่วไป
จึงไม่น่าแปลกที่ Gauge Pressure จะเป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยในงานอุตสาหกรรม
3. Differential Pressure Gauge คืออะไร?
Differential Pressure Gauge หรือ DP Gauge แตกต่างจาก 2 แบบแรก เพราะไม่ได้สนใจแรงดันเพียงจุดเดียว แต่จะวัด ความแตกต่างของแรงดันระหว่าง 2 จุด
เรียกว่า
ΔP = P1 − P2
โดยเครื่องมือจะมีจุดรับแรงดัน 2 ด้าน เช่น
- High Pressure (H)
- Low Pressure (L)
แล้วนำแรงดันทั้งสองด้านมาเปรียบเทียบกันเพื่อแสดงค่า Differential Pressure โดยตรง
ตัวอย่างง่าย ๆ
สมมติว่า
P1 = 5 bar
P2 = 3 bar
ดังนั้น
ΔP = 5 − 3 = 2 bar
ค่าที่เกจ Differential Pressure แสดงคือ 2 bar
Differential Pressure Gauge ใช้กับงานอะไร?
DP Gauge เหมาะกับงานที่ต้องการทราบว่า แรงดันก่อนและหลังอุปกรณ์แตกต่างกันเท่าไร
ตัวอย่างที่พบได้บ่อย ได้แก่
ตรวจสอบ Filter
หากติดตั้งจุดวัดก่อนและหลัง Filter สามารถใช้ค่าความดันแตกต่างเพื่อช่วยประเมินสภาวะของ Filter ได้
ตรวจสอบ Pressure Drop
ใช้ดูการสูญเสียแรงดันผ่านอุปกรณ์หรือส่วนต่าง ๆ ของระบบ
วัดระดับของเหลวในถังปิด
ความแตกต่างของแรงดันจากตำแหน่งต่าง ๆ สามารถนำมาใช้ในการประเมินระดับของเหลวในถังปิดได้ในระบบที่ออกแบบเหมาะสม
Flow Measurement
ในบางระบบสามารถใช้ความแตกต่างของแรงดันร่วมกับอุปกรณ์สร้าง Pressure Drop เช่น Orifice เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบวัดอัตราการไหล
ตารางเปรียบเทียบ Absolute vs Gauge vs Differential
| ประเภท | จุดอ้างอิง | วัดอะไร | ตัวอย่างงาน |
|---|---|---|---|
| Absolute Pressure | สุญญากาศสมบูรณ์ | แรงดันสัมบูรณ์ | Vacuum, Laboratory, HVAC บางงาน |
| Gauge Pressure | ความดันบรรยากาศ | แรงดันเทียบกับบรรยากาศ | น้ำ, ลม, ปั๊ม, เครื่องจักร |
| Differential Pressure | แรงดัน 2 จุด | ความแตกต่างของแรงดัน | Filter, Flow, Level |
Absolute กับ Gauge Pressure ต่างกันอย่างไร?
ประเด็นสำคัญที่สุดคือ จุด Zero Reference
Gauge Pressure
Zero = Atmospheric Pressure
Absolute Pressure
Zero = Absolute Vacuum
จึงสามารถเขียนความสัมพันธ์พื้นฐานได้ว่า
Pabs = Pgauge + Patm
ตัวอย่างเช่น หาก Gauge Pressure = 4 bar และ Atmospheric Pressure ≈ 1 bar
Absolute Pressure ≈ 5 bar
อย่างไรก็ตาม ความดันบรรยากาศจริงไม่ได้คงที่ตลอดเวลา และเปลี่ยนตามสภาพอากาศและระดับความสูง ดังนั้นไม่ควรนำค่า 1 bar ไปใช้เป็นค่าคงที่สำหรับทุกสถานการณ์
ทำไมเลือกประเภท Pressure Gauge ให้ถูกจึงสำคัญ?
เพราะการเลือกจุดอ้างอิงผิดอาจทำให้ค่าที่อ่านได้ไม่ตรงกับสิ่งที่กระบวนการต้องการ
ตัวอย่างเช่น หากกระบวนการต้องการค่า Absolute Pressure แต่เลือกใช้ Gauge Pressure ค่าที่อ่านจะสัมพันธ์กับความดันบรรยากาศ ซึ่งเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อมได้
ในทางกลับกัน หากต้องการติดตามสภาพ Filter ด้วย Pressure Drop แต่ใช้เกจวัดแรงดันทั่วไปเพียงจุดเดียว ก็จะไม่สามารถทราบความแตกต่างของแรงดันระหว่างสองฝั่งได้โดยตรง
สรุป Absolute, Gauge และ Differential แบบเข้าใจง่าย
จำง่าย ๆ ได้ดังนี้
Absolute = วัดเทียบสุญญากาศ
Gauge = วัดเทียบบรรยากาศ
Differential = วัดความต่างของ 2 จุด
ดังนั้น หากกำลังเลือก Pressure Gauge สำหรับโรงงานหรือระบบอุตสาหกรรม อย่าดูเพียงตัวเลข Bar หรือขนาดหน้าปัด แต่ควรเริ่มจากคำถามว่า
“เราต้องการวัดแรงดันแบบไหน และใช้จุดอ้างอิงอะไร?”
เมื่อกำหนดประเภทได้แล้ว จึงค่อยพิจารณา Range, Accuracy, Connection, Material และสภาพการใช้งานต่อไป เพื่อให้ได้เครื่องมือที่เหมาะกับกระบวนการจริง
FAQ คำถามที่พบบ่อย
1. Pressure Gauge มีกี่ประเภท?
ในมุมของจุดอ้างอิง สามารถแบ่งประเภทสำคัญได้เป็น Gauge Pressure, Absolute Pressure และ Differential Pressure โดยแต่ละแบบมีหลักการอ้างอิงแรงดันต่างกัน
2. Gauge Pressure คืออะไร?
Gauge Pressure คือแรงดันที่วัดโดยใช้ความดันบรรยากาศเป็นจุดอ้างอิง เป็นรูปแบบที่พบได้ทั่วไปในงานวัดแรงดันอุตสาหกรรม
3. Absolute Pressure คืออะไร?
Absolute Pressure คือแรงดันที่วัดโดยอ้างอิงจากสุญญากาศสมบูรณ์ ทำให้ไม่ขึ้นกับความผันผวนของความดันบรรยากาศโดยตรง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / ขอใบเสนอราคา: [เบอร์ติดต่อ : 089-612-8998 / 095-369-5694 / Line : @pinpointt / www.pinpointinstrument.co.th /https://pressuregaugethai.com // https://lin.ee/yuGLlkN
ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Pinpoint Instrument สินค้า valve วาล์วและเครื่องมือวัด
Facebook Fanpage : ขายวาล์ว และเครื่องมือวัด ขายเกจวัดแรงดันและโฟลมิเตอร์ Pinpoint Instrument